เครื่องจักรกลการเกษตรคือหัวใจสำคัญของการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นรถเกี่ยวนวดข้าว รถไถ หรือรถตีดิน หากเครื่องจักรได้รับความเสียหายจากอุบัติเหตุหรือภัยธรรมชาติ อาจทำให้งานหยุดชะงักและเกิดค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมจำนวนมาก
ด๊อกเตอร์ มันนี่ ร่วมกับ วิริยะประกันภัย นำเสนอประกันภัย CPM สำหรับเครื่องมือและเครื่องจักร เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น พร้อมเพิ่มความมั่นใจให้เจ้าของเครื่องจักรและผู้ประกอบอาชีพภาคการเกษตร
ประกันภัย CPM คืออะไร?
ประกันภัย CPM หรือ Contractors’ Plant and Machinery Insurance คือประกันภัยสำหรับเครื่องมือและเครื่องจักรที่ใช้ในการประกอบงาน ช่วยคุ้มครองความเสียหายทางกายภาพจากเหตุการณ์ที่ระบุไว้ในกรมธรรม์
สำหรับเครื่องจักรกลการเกษตร ประกันภัย CPM อาจใช้คุ้มครองรถเกี่ยว รถไถ รถตีดิน และเครื่องจักรประเภทอื่นที่บริษัทรับประกัน เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายเมื่อเครื่องจักรได้รับความเสียหายจากเหตุไม่คาดคิด
ทั้งนี้ ความคุ้มครองจริงเป็นไปตามข้อตกลง ข้อยกเว้น และเงื่อนไขในกรมธรรม์ประกันภัย
ประกันภัยเครื่องจักรกลการเกษตรคุ้มครองอะไรบ้าง?
ประกันภัย CPM ตามแผนที่นำเสนอให้ความคุ้มครองความเสียหายจากภัยสำคัญ ได้แก่
ไฟไหม้
ช่วยคุ้มครองความเสียหายต่อเครื่องจักรที่เกิดจากไฟไหม้ ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์
ฟ้าผ่า
คุ้มครองความเสียหายทางกายภาพต่อเครื่องจักรจากเหตุฟ้าผ่า ตามรายละเอียดและข้อกำหนดของกรมธรรม์
น้ำท่วม
ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายเมื่อเครื่องจักรได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม ซึ่งเป็นหนึ่งในความเสี่ยงสำคัญของผู้ประกอบอาชีพภาคการเกษตร
ลมพายุ
คุ้มครองความเสียหายจากลมพายุ ตามเงื่อนไข ขอบเขตความคุ้มครอง และข้อยกเว้นที่ระบุไว้ในกรมธรรม์
*ความคุ้มครองอาจแตกต่างกันตามประเภท อายุ สภาพ การใช้งาน และสถานที่จัดเก็บเครื่องจักร ผู้เอาประกันภัยควรตรวจสอบรายละเอียดในใบเสนอราคาและกรมธรรม์ก่อนตัดสินใจ
ประกันภัย CPM เหมาะกับเครื่องจักรประเภทใด?
แผนประกันภัยเครื่องจักรกลการเกษตรนี้เหมาะสำหรับ:
- รถเกี่ยวนวดข้าว
- รถไถและรถแทรกเตอร์เพื่อการเกษตร
- รถตีดินหรือรถพรวนดิน
- เครื่องจักรสำหรับเตรียมพื้นที่เพาะปลูก
- เครื่องจักรสำหรับเก็บเกี่ยวผลผลิต
- เครื่องจักรกลการเกษตรประเภทอื่นที่บริษัทรับประกัน
การรับประกันภัยขึ้นอยู่กับประเภท ยี่ห้อ รุ่น อายุ สภาพ และลักษณะการใช้งานของเครื่องจักร รวมถึงหลักเกณฑ์การพิจารณาของบริษัทประกันภัย
ทำไมเครื่องจักรกลการเกษตรควรมีประกันภัย?
เครื่องจักรกลการเกษตรแต่ละคันมีมูลค่าสูง และเป็นทรัพย์สินที่ใช้สร้างรายได้โดยตรง หากได้รับความเสียหาย เจ้าของอาจต้องรับผิดชอบทั้งค่าซ่อมและรายได้ที่หายไประหว่างหยุดงาน
การทำประกันภัยเครื่องจักรจึงมีข้อดีหลายด้าน ได้แก่
- ช่วยลดภาระค่าซ่อมจากเหตุที่ได้รับความคุ้มครอง
- เพิ่มความมั่นใจเมื่อต้องนำเครื่องจักรออกไปรับงาน
- ช่วยบริหารความเสี่ยงจากไฟไหม้ ฟ้าผ่า น้ำท่วม และลมพายุ
- ลดผลกระทบต่อเงินทุนหมุนเวียนของเจ้าของเครื่องจักร
- ช่วยปกป้องทรัพย์สินสำคัญที่ใช้สร้างรายได้ให้ครอบครัว
- สามารถเลือกทุนประกันและระยะเวลาคุ้มครองให้เหมาะกับความต้องการ
เลือกทุนประกันภัยเครื่องจักรอย่างไรให้เหมาะสม?
ทุนประกันภัยควรสอดคล้องกับมูลค่าของเครื่องจักรในวันที่ทำประกัน โดยพิจารณาจากปัจจัยสำคัญ เช่น
- ยี่ห้อ รุ่น และปีที่ผลิต
- อายุและสภาพปัจจุบันของเครื่องจักร
- ราคาซื้อและมูลค่าตลาด
- อุปกรณ์หรือส่วนประกอบเพิ่มเติม
- ลักษณะและพื้นที่การใช้งาน
- ค่าใช้จ่ายในการซ่อมหรือจัดหาเครื่องจักรทดแทน
หากกำหนดทุนประกันต่ำกว่ามูลค่าที่เหมาะสม อาจส่งผลต่อจำนวนค่าสินไหมทดแทนเมื่อเกิดความเสียหาย จึงควรให้เจ้าหน้าที่ช่วยตรวจสอบก่อนเลือกแผนประกัน
ก่อนทำประกันภัย CPM ต้องตรวจสอบอะไรบ้าง?
ก่อนตัดสินใจทำประกันภัยเครื่องจักรกลการเกษตร ควรตรวจสอบข้อมูลต่อไปนี้ให้ชัดเจน:
- รายการภัยที่ได้รับความคุ้มครอง
- จำนวนเงินเอาประกันภัย
- ระยะเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุดความคุ้มครอง
- ค่าเสียหายส่วนแรกที่ผู้เอาประกันต้องรับผิดชอบ
- ข้อยกเว้นและเงื่อนไขการเคลม
- พื้นที่และลักษณะการใช้เครื่องจักร
- เงื่อนไขเกี่ยวกับการเคลื่อนย้ายเครื่องจักร
- เอกสารที่ต้องใช้เมื่อเกิดเหตุ
- วิธีและระยะเวลาในการแจ้งเคลม
เอกสารประกอบการขอประกันภัย
เอกสารที่อาจใช้ประกอบการพิจารณา ได้แก่
- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
- เอกสารแสดงกรรมสิทธิ์หรือหลักฐานการซื้อเครื่องจักร
- รายละเอียดประเภท ยี่ห้อ รุ่น และปีที่ผลิต
- หมายเลขเครื่องหรือหมายเลขตัวถัง
- รูปถ่ายเครื่องจักรรอบคัน
- ข้อมูลสถานที่ใช้งานและสถานที่จัดเก็บ
- เอกสารอื่นตามที่บริษัทประกันภัยร้องขอ
รายการเอกสารอาจแตกต่างกันตามประเภทและมูลค่าของเครื่องจักร กรุณาสอบถามเจ้าหน้าที่ก่อนยื่นข้อมูล
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับประกันภัย CPM
ประกันภัย CPM ต่างจากประกันภัยรถยนต์อย่างไร?
ประกันภัย CPM ออกแบบมาเพื่อคุ้มครองเครื่องมือและเครื่องจักรตามขอบเขตที่กำหนดในกรมธรรม์ ไม่ใช่ประกันภัยรถยนต์ทั่วไป รายละเอียดความคุ้มครองจึงแตกต่างกันตามประเภทเครื่องจักรและลักษณะการใช้งาน
รถเกี่ยวและรถไถทำประกันภัยได้หรือไม่?
รถเกี่ยว รถไถ และรถตีดินเป็นตัวอย่างเครื่องจักรที่อาจยื่นขอทำประกันภัยได้ แต่ต้องผ่านการพิจารณาตามประเภท อายุ สภาพ และเงื่อนไขของบริษัทประกันภัย
ประกันภัยเครื่องจักรคุ้มครองน้ำท่วมหรือไม่?
แผนที่นำเสนอระบุความคุ้มครองภัยน้ำท่วม อย่างไรก็ตาม ต้องตรวจสอบวงเงิน ขอบเขต ค่าเสียหายส่วนแรก และข้อยกเว้นในใบเสนอราคาหรือกรมธรรม์อีกครั้ง
ทุนประกัน 1 ล้านบาท ค่าเบี้ยเท่าไร?
จากตารางค่าเบี้ยที่ได้รับ ทุนประกันภัย 1,000,000 บาท ระยะเวลาคุ้มครอง 1 ปี มีค่าเบี้ยรวม 6,982.82 บาท ค่าเบี้ยจริงขึ้นอยู่กับผลการพิจารณารับประกันภัย
สามารถเลือกความคุ้มครองมากกว่า 1 ปีได้หรือไม่?
ตารางค่าเบี้ยมีตัวเลือกระยะเวลา 1 ปี 2 ปี 3 ปี และ 4 ปี โดยการเสนอแผนจริงขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของเครื่องจักรและหลักเกณฑ์ของบริษัทประกันภัย
เกิดเหตุแล้วต้องทำอย่างไร?
ควรหยุดใช้งานเครื่องจักรหากการใช้งานต่ออาจทำให้ความเสียหายเพิ่มขึ้น บันทึกภาพและรายละเอียดเหตุการณ์ ป้องกันความเสียหายเพิ่มเติมเท่าที่สามารถทำได้ และรีบติดต่อเจ้าหน้าที่ตามช่องทางที่ระบุในกรมธรรม์
ปกป้องเครื่องจักรสำคัญ ให้พร้อมเดินหน้าสร้างรายได้
อย่ารอให้เครื่องจักรได้รับความเสียหายแล้วจึงเริ่มวางแผน เพราะค่าซ่อมเพียงครั้งเดียวอาจกระทบต่อเงินทุนหมุนเวียนและโอกาสในการรับงาน
ให้ประกันภัย CPM ช่วยดูแลรถเกี่ยว รถไถ รถตีดิน และเครื่องจักรกลการเกษตรของคุณ เพื่อเพิ่มความมั่นใจในทุกฤดูกาลทำงาน
เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับ
กรอกแบบฟอร์มด้านล่างเพื่อให้เจ้าหน้าที่ของเราติดต่อกลับ
เมื่อกดยืนยันส่งข้อมูล ถือว่าคุณอ่านและรับทราบ นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เรียบร้อยแล้ว









