เครื่องจักรหนึ่งคันอาจมีมูลค่าตั้งแต่หลักแสนไปจนถึงหลายล้านบาท ทั้งยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างรายได้ให้เกษตรกรและผู้รับเหมา หากเกิดอุบัติเหตุขึ้นมา ค่าใช้จ่ายในการซ่อมเพียงครั้งเดียวอาจกระทบเงินทุนหมุนเวียนและทำให้งานต้องหยุดชะงัก
ประกันเครื่องจักรเกษตร CPM จึงเป็นตัวช่วยบริหารความเสี่ยงสำหรับเจ้าของรถไถ รถเกี่ยวข้าว รถขุด รถตัก รถแม็คโคร และเครื่องจักรประเภทอื่นที่อยู่ในเกณฑ์รับประกัน
ก่อนตัดสินใจทำประกัน ด๊อกเตอร์ มันนี่ สรุป 5 เรื่องสำคัญที่เจ้าของเครื่องจักรควรรู้ไว้ในบทความนี้
ประกันภัย CPM คืออะไร?
CPM ย่อมาจาก Contractors’ Plant and Machinery Insurance หรือประกันภัยเครื่องมือและเครื่องจักรสำหรับงานเกษตร งานก่อสร้าง และงานรับเหมา
ประกันภัยประเภทนี้คุ้มครองความสูญเสียหรือความเสียหายทางกายภาพของเครื่องจักร ซึ่งเกิดขึ้นโดยฉับพลันและไม่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้ ระหว่างการทำงาน การหยุดพัก หรือกิจกรรมบางประเภทที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบและซ่อมบำรุง
อย่างไรก็ตาม ความคุ้มครองจะต้องเกิดขึ้นภายในพื้นที่และระยะเวลาที่ระบุในกรมธรรม์ รวมทั้งต้องไม่อยู่ภายใต้ข้อยกเว้น
1. เครื่องจักรประเภทไหนและอายุเท่าไรทำประกันได้?
แผนประกันเครื่องจักร CPM ครอบคลุมเครื่องจักรหลายประเภท แบ่งเป็นสองกลุ่มหลัก ได้แก่
กลุ่มเครื่องจักรทางการเกษตร
- รถไถเดินตาม
- รถไถนั่งขับ
- รถเกี่ยวข้าว
- รถตีดิน
กลุ่มนี้กำหนดมูลค่าเครื่องจักรไม่เกิน 3,000,000 บาทต่อคันหรือต่อรายการ
กลุ่มเครื่องจักรสำหรับงานรับเหมา
- รถขุด
- รถตัก
- รถแม็คโคร
กลุ่มนี้กำหนดมูลค่าเครื่องจักรไม่เกิน 5,000,000 บาทต่อคันหรือต่อรายการ
โดยทั่วไป เครื่องจักรที่มีอายุไม่เกิน 15 ปีสามารถยื่นข้อมูลเพื่อขอรับการพิจารณาได้ ส่วนเครื่องจักรที่มีอายุมากกว่า 15 ปี บริษัทประกันภัยขอสงวนสิทธิ์พิจารณารับประกันเป็นรายกรณี
การยื่นข้อมูลไม่ได้หมายความว่าจะได้รับการรับประกันโดยอัตโนมัติ บริษัทประกันภัยจะพิจารณาประเภท อายุ สภาพ มูลค่า และลักษณะการใช้งานของเครื่องจักรแต่ละคันอีกครั้ง
2. ประกันเครื่องจักร CPM คุ้มครองพื้นที่ใด?
แผนประกันภัยให้ความคุ้มครองภายในสถานที่ปฏิบัติงาน หรือ Contract Site ซึ่งตั้งอยู่ภายในประเทศไทย เช่น
- พื้นที่นาและไร่
- พื้นที่เกษตรกรรม
- สถานที่ประกอบกิจการ
- ไซต์งานก่อสร้าง
- พื้นที่ทำงานที่ระบุไว้ในกรมธรรม์
ความคุ้มครองอาจรวมถึงการเคลื่อนย้ายเครื่องจักรภายในสถานที่ปฏิบัติงาน แต่มีข้อจำกัดสำคัญที่ต้องทราบ คือ ไม่คุ้มครองขณะเครื่องจักรขับเคลื่อน ขับขี่ หรือถูกขนส่งอยู่บนถนนสาธารณะ
ดังนั้น ก่อนนำเครื่องจักรไปใช้งานในพื้นที่ใหม่ เจ้าของเครื่องจักรควรตรวจสอบว่าพื้นที่ดังกล่าวอยู่ภายในอาณาเขตความคุ้มครองหรือไม่ และต้องแจ้งบริษัทประกันภัยเพิ่มเติมหรือเปล่า
3. อุบัติเหตุและภัยธรรมชาติแบบใดอยู่ในความคุ้มครอง?
ประกันภัย CPM คุ้มครองความเสียหายทางกายภาพของเครื่องจักร ซึ่งเกิดขึ้นโดยฉับพลันและไม่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้ เช่น ความเสียหายระหว่าง:
- ปฏิบัติงานอยู่ภายในพื้นที่เอาประกัน
- จอดพักหรือหยุดการทำงาน
- ถอดประกอบเพื่อตรวจสอบ
- ทำความสะอาดหรือซ่อมบำรุง
- ยกเครื่องและประกอบกลับ
- เคลื่อนย้ายภายในสถานที่ปฏิบัติงาน
ความคุ้มครองจะพิจารณาตามสาเหตุของเหตุการณ์จริงและเงื่อนไขที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ ไม่ใช่ความเสียหายทุกประเภทจะได้รับการชดใช้
ความคุ้มครองภัยธรรมชาติ
แผนประกันภัยระบุความคุ้มครองภัยธรรมชาติ ได้แก่
- น้ำท่วม
- ลมพายุ
- แผ่นดินไหว รวมถึงสึนามิ
- ภูเขาไฟระเบิด
- ลูกเห็บ
จำนวนเงินจำกัดความรับผิดสำหรับภัยธรรมชาติรวมกันไม่เกิน 20% ของทุนประกันภัยของเครื่องจักรแต่ละรายการ ต่อเหตุการณ์ และตลอดระยะเวลาเอาประกันภัย
ตัวอย่างเช่น หากเครื่องจักรมีทุนประกันภัย 1,000,000 บาท วงเงินจำกัดความรับผิดสำหรับกลุ่มภัยธรรมชาติอาจอยู่ที่ไม่เกิน 200,000 บาท ภายใต้ข้อกำหนด ค่าเสียหายส่วนแรก และเงื่อนไขอื่นของกรมธรรม์
4. เครื่องจักรพัง ประกันชดใช้ค่าซ่อมอย่างไร?
กรณีเกิดความเสียหายที่อยู่ในความคุ้มครองและสามารถซ่อมแซมได้ บริษัทประกันภัยจะพิจารณาชดใช้ค่าใช้จ่ายที่จำเป็น เพื่อให้เครื่องจักรกลับคืนสู่สภาพการใช้งานก่อนเกิดเหตุ
ค่าใช้จ่ายที่อาจนำมาพิจารณาประกอบด้วย:
- ค่าซ่อมเครื่องจักร
- ค่าอะไหล่หรือชิ้นส่วนทดแทน
- ค่าแรงช่าง
- ค่าถอดและประกอบ
- ค่าขนส่งตามปกติไปและกลับจากร้านซ่อม
- ภาษีศุลกากรและค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้อง หากมีและอยู่ภายในทุนประกันภัย
หากซ่อมเครื่องจักรภายในสถานที่ทำงานของผู้เอาประกันภัย บริษัทอาจพิจารณาค่าวัสดุ ค่าแรง และค่าใช้จ่ายดำเนินการตามสัดส่วนที่กรมธรรม์กำหนด
เปลี่ยนอะไหล่ใหม่ มีการหักค่าเสื่อมหรือไม่?
ตามหลักเกณฑ์การชดใช้ค่าสินไหมทดแทนในเอกสารแผน เมื่อเครื่องจักรสามารถซ่อมได้ จะไม่มีการหักค่าเสื่อมสำหรับชิ้นส่วนที่นำมาเปลี่ยนทดแทน เว้นแต่มูลค่าซากของชิ้นส่วนเดิม
อย่างไรก็ตาม หากเครื่องจักรเสียหายโดยสิ้นเชิง หรือค่าซ่อมเท่ากับหรือสูงกว่ามูลค่าที่แท้จริงก่อนเกิดเหตุ การชดใช้จะพิจารณาตามเกณฑ์ความเสียหายสิ้นเชิง ซึ่งอาจมีการคำนวณค่าเสื่อมและมูลค่าซากตามเงื่อนไขกรมธรรม์
ค่าเสียหายส่วนแรก
เมื่อเกิดเหตุ ผู้เอาประกันภัยต้องรับผิดชอบค่าเสียหายส่วนแรกทุกครั้ง ดังนี้
| ประเภทเครื่องจักร | ค่าเสียหายส่วนแรก |
|---|---|
| รถไถเดินตาม รถไถนั่งขับ รถเกี่ยวข้าว และรถตีดิน | 10% ของความเสียหาย ขั้นต่ำ 10,000 บาทต่อเหตุการณ์ |
| รถขุด รถตัก และรถแม็คโคร | 10% ของความเสียหาย ขั้นต่ำ 25,000 บาทต่อเหตุการณ์ |
ตัวอย่างเช่น รถเกี่ยวข้าวได้รับความเสียหาย 80,000 บาท ค่าเสียหายส่วนแรก 10% เท่ากับ 8,000 บาท แต่เนื่องจากกำหนดขั้นต่ำไว้ที่ 10,000 บาท ผู้เอาประกันภัยจึงต้องรับผิดชอบอย่างน้อย 10,000 บาท ส่วนการชดใช้ที่เหลือจะพิจารณาตามกรมธรรม์
5. ก่อนทำประกันต้องเตรียมข้อมูลอะไรบ้าง?
เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบและเสนอเงื่อนไขได้รวดเร็วขึ้น เจ้าของเครื่องจักรควรเตรียมข้อมูลเบื้องต้นดังนี้
ชนิดของเครื่องจักร
ยี่ห้อและรุ่น
ปีที่ผลิต
หมายเลขเครื่องหรือหมายเลขตัวถัง
มูลค่าของเครื่องจักร
ลักษณะและสถานที่ใช้งาน
ระยะเวลาคุ้มครองที่ต้องการ
ประวัติความเสียหายย้อนหลัง 3 ปี
รูปถ่ายสภาพเครื่องจักร หากเจ้าหน้าที่ร้องขอ
บริษัทประกันภัยอาจขอข้อมูลหรือเอกสารเพิ่มเติมตามประเภท อายุ และสภาพของเครื่องจักร
ประกันเครื่องจักร CPM คุ้มครองได้นานกี่ปี?
แผนประกันภัยสามารถกำหนดระยะเวลาคุ้มครองได้ตั้งแต่ 1–4 ปี นับจากวันที่แจ้งเริ่มต้นความคุ้มครอง
อัตราเบี้ยประกันภัยคำนวณเป็นเปอร์เซ็นต์ของทุนประกันภัย และแตกต่างกันตามประเภทเครื่องจักรและระยะเวลา ดังนี้
| ประเภทเครื่องจักร | 1 ปี | 2 ปี | 3 ปี | 4 ปี |
|---|---|---|---|---|
| รถไถ รถเกี่ยวข้าว และรถตีดิน | 0.650% | 1.280% | 1.892% | 2.490% |
| รถขุด รถตัก และรถแม็คโคร | 0.550% | 1.084% | 1.600% | 2.107% |
เบี้ยประกันภัยขั้นต่ำ:
- กลุ่มรถไถ รถเกี่ยวข้าว และรถตีดิน: ขั้นต่ำ 5,000 บาทต่อคันหรือต่อรายการ
- กลุ่มรถขุด รถตัก และรถแม็คโคร: ขั้นต่ำ 8,500 บาทต่อคันหรือต่อรายการ
อัตราข้างต้นยังไม่รวมอากรและภาษีมูลค่าเพิ่ม และเบี้ยจริงต้องให้บริษัทประกันภัยคำนวณจากข้อมูลเครื่องจักรแต่ละคัน
ข้อยกเว้นสำคัญที่ควรรู้
ประกันภัย CPM ไม่ได้คุ้มครองความเสียหายทุกกรณี ตัวอย่างข้อจำกัดหรือข้อยกเว้นที่ควรตรวจสอบ ได้แก่
- ความเสียหายจากการสึกหรอหรือเสื่อมสภาพตามปกติ
- ความเสียหายจากการใช้งานต่อเนื่องโดยไม่ได้บำรุงรักษาอย่างเหมาะสม
- ความขัดข้องทางเครื่องกลหรือไฟฟ้าที่ไม่ได้เกิดจากอุบัติเหตุภายนอก
- ความเสียหายระหว่างขับขี่หรือขนส่งบนถนนสาธารณะ
- เหตุสงคราม การก่อการร้าย และความเสี่ยงจากพลังงานนิวเคลียร์
- ความเสียหายจากมลภาวะหรือการปนเปื้อน
- ความเสียหายจากภัยไซเบอร์และข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์
- เหตุอื่นที่ระบุเป็นข้อยกเว้นในกรมธรรม์
ควรอ่านข้อกำหนดฉบับเต็มก่อนตัดสินใจ ไม่ควรพิจารณาเฉพาะข้อความสรุปหรือสื่อโฆษณา
ทำไมเจ้าของเครื่องจักรควรพิจารณาประกัน CPM?
เครื่องจักรเป็นทั้งทรัพย์สินและเครื่องมือสร้างรายได้ หากเกิดความเสียหายในช่วงฤดูเก็บเกี่ยวหรือระหว่างงานรับเหมา ผลกระทบอาจไม่ได้หยุดอยู่แค่ค่าซ่อม แต่ยังรวมถึงงานที่ล่าช้า รายได้ที่หายไป และเงินทุนที่ต้องนำมาใช้ฉุกเฉิน
ประกันภัย CPM จึงช่วยเจ้าของเครื่องจักร:
- ลดความเสี่ยงจากค่าซ่อมก้อนใหญ่
- ปกป้องเงินลงทุนในเครื่องจักร
- วางแผนเงินทุนหมุนเวียนได้ดีขึ้น
- ลดผลกระทบจากอุบัติเหตุหน้างาน
- เตรียมพร้อมรับมือภัยธรรมชาติ
- เพิ่มโอกาสให้เครื่องจักรกลับมาทำงานได้เร็วขึ้น
ทั้งนี้ กรมธรรม์ไม่ได้ชดเชยรายได้ที่สูญเสียหรือค่าเสียโอกาสโดยอัตโนมัติ เว้นแต่มีการระบุความคุ้มครองดังกล่าวเพิ่มเติมไว้โดยเฉพาะ
เช็กประกันเครื่องจักรกับด๊อกเตอร์ มันนี่
ไม่แน่ใจว่าเครื่องจักรของคุณเข้าเกณฑ์หรือไม่? ส่งข้อมูลเบื้องต้นให้ ด๊อกเตอร์ มันนี่ ช่วยตรวจสอบและประสานงานแผนประกันภัย CPM จากวิริยะประกันภัยได้
เตรียมชนิด ยี่ห้อ รุ่น ปีผลิต หมายเลขเครื่อง มูลค่า และพื้นที่ใช้งาน แล้วติดต่อทีมงานเพื่อรับคำแนะนำเบื้องต้น
สอบถามรายละเอียด
โทร. 02-502-8888
หรือส่งข้อมูลผ่านช่องทางออนไลน์ของด๊อกเตอร์ มันนี่
การรับประกันภัย อัตราเบี้ย ทุนประกันภัย ความคุ้มครอง ค่าสินไหม ค่าเสียหายส่วนแรก และข้อยกเว้น เป็นไปตามการพิจารณาของบริษัทประกันภัยและเงื่อนไขกรมธรรม์ ผู้ซื้อควรศึกษาและทำความเข้าใจก่อนตัดสินใจทำประกันภัย
คำถามที่พบบ่อย
เครื่องจักรอายุเกิน 15 ปีทำประกันได้หรือไม่?
บริษัทประกันภัยอาจพิจารณาเป็นรายกรณี โดยตรวจสอบอายุ สภาพ มูลค่า และลักษณะการใช้งานก่อนรับประกัน
ประกัน CPM คุ้มครองน้ำท่วมหรือไม่?
คุ้มครองตามวงเงินภัยธรรมชาติที่กำหนด โดยวงเงินรวมไม่เกิน 20% ของทุนประกันภัยแต่ละรายการ ต่อเหตุการณ์และตลอดระยะเวลาเอาประกันภัย
รถเกี่ยวข้าวและรถไถทำประกันได้หรือไม่?
อยู่ในกลุ่มเครื่องจักรที่แผนกำหนดให้สามารถยื่นขอรับการพิจารณาได้ โดยมีมูลค่าเครื่องจักรไม่เกิน 3 ล้านบาทต่อคันหรือต่อรายการ
รถขุดและรถแม็คโครทำประกันได้หรือไม่?
สามารถยื่นขอรับการพิจารณาได้ โดยกำหนดมูลค่าเครื่องจักรไม่เกิน 5 ล้านบาทต่อคันหรือต่อรายการ
อะไหล่ใหม่ถูกหักค่าเสื่อมหรือไม่?
กรณีเครื่องจักรสามารถซ่อมได้ แผนระบุว่าไม่มีการหักค่าเสื่อมสำหรับชิ้นส่วนใหม่ที่นำมาเปลี่ยนทดแทน เว้นแต่มูลค่าซาก แต่หากเสียหายสิ้นเชิงจะใช้หลักเกณฑ์การชดใช้ที่แตกต่างออกไป
ประกันคุ้มครองระหว่างขับรถบนถนนหรือไม่?
ไม่คุ้มครองขณะขับเคลื่อน ขับขี่ หรือขนส่งบนถนนสาธารณะ ความคุ้มครองจำกัดอยู่ภายในสถานที่ปฏิบัติงานที่ระบุในกรมธรรม์
เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับ
กรอกแบบฟอร์มด้านล่างเพื่อให้เจ้าหน้าที่ของเราติดต่อกลับ
เมื่อกดยืนยันส่งข้อมูล ถือว่าคุณอ่านและรับทราบ นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เรียบร้อยแล้ว









