fbpx
Skip links

7 จุดเสี่ยงในบ้านที่ไม่ควรมองข้ามช่วงปลายฤดูฝน

7 จุดเสี่ยงในบ้านที่ไม่ควรมองข้ามช่วงปลายฤดูฝน

          เมื่อฝนเริ่มลดลง หลายคนอาจคิดว่าช่วงที่ต้องระวังบ้านรั่ว น้ำท่วม หรือไฟฟ้าขัดข้องได้ผ่านไปแล้ว แต่ความเสียหายบางอย่างไม่ได้แสดงอาการทันที รอยรั่วเล็ก ๆ อาจสะสมจนฝ้าเพดานเสียหาย ความชื้นที่ซ่อนอยู่หลังตู้หรือวอลล์เปเปอร์อาจกลายเป็นเชื้อรา ส่วนสายไฟหรือปลั๊กที่โดนน้ำอาจยังมีความเสี่ยงแม้บริเวณนั้นจะแห้งแล้ว

          กรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่า ประเทศไทยโดยทั่วไปเริ่มเปลี่ยนเข้าสู่ฤดูหนาวประมาณกลางเดือนตุลาคม แต่ช่วงเปลี่ยนฤดูยังอาจมีฝนตกและสภาพอากาศแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ โดยเฉพาะภาคใต้ที่มีรูปแบบฤดูกาลต่างจากประเทศไทยตอนบน ดังนั้น ปลายฤดูฝนจึงเป็นจังหวะที่เหมาะสำหรับการตรวจบ้านอย่างละเอียด เพื่อแก้ปัญหาเล็กก่อนพัฒนาเป็นค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่

ต่อไปนี้คือ 7 จุดเสี่ยงในบ้านที่ควรตรวจ พร้อมวิธีดูแลเบื้องต้นอย่างปลอดภัย

1. หลังคา กระเบื้อง และจุดเชื่อมต่อที่อาจรั่วซึม

          หลังคาเป็นส่วนที่รับทั้งฝน ลม และความร้อนตลอดฤดู กระเบื้องที่แตกร้าว เคลื่อนตัว หรือหลุด รวมถึงครอบสันหลังคา แผ่นปิดรอยต่อ และวัสดุยาแนวที่เสื่อมสภาพ อาจเปิดทางให้น้ำซึมเข้าสู่โครงสร้างโดยที่เจ้าของบ้านยังไม่เห็นน้ำหยดชัดเจน

สัญญาณที่ควรสังเกต

ฝ้าเพดานมีคราบเหลือง คราบน้ำ หรือสีพอง

มีกลิ่นอับบริเวณชั้นบนหรือใต้หลังคา

พบเศษกระเบื้องหรือวัสดุจากหลังคาตกอยู่รอบบ้าน

น้ำหยดตามแนวโคมไฟหรือมุมเพดานเมื่อฝนตก

          ควรตรวจจากบริเวณที่ปลอดภัยและใช้ช่างที่มีความเชี่ยวชาญหากต้องขึ้นที่สูง ไม่ควรขึ้นหลังคาขณะพื้นเปียก มีลมแรง หรือมีฝนตก เพราะเสี่ยงลื่นและตกจากที่สูง

2. รางน้ำ ท่อระบายน้ำ และทางไหลของน้ำรอบบ้าน

          ใบไม้ ดิน และขยะที่สะสมในรางน้ำหรือท่อระบาย อาจทำให้น้ำเอ่อล้นย้อนเข้าสู่ฝ้า ผนัง หรือฐานอาคาร น้ำที่ระบายไม่ทันยังทำให้เกิดน้ำขังรอบบ้าน เพิ่มความชื้นและอาจทำให้พื้นทรุดหรือวัสดุบางประเภทเสื่อมเร็วกว่าปกติ

วิธีตรวจและป้องกัน

นำใบไม้และเศษขยะออกจากรางน้ำโดยใช้อุปกรณ์ที่เหมาะสม

ทดลองปล่อยน้ำเพื่อดูว่าระบายได้ต่อเนื่องหรือไม่

ตรวจฝาท่อ ตะแกรง และบ่อพักว่าไม่มีสิ่งอุดตัน

สังเกตว่าปลายท่อปล่อยน้ำห่างจากตัวบ้านและไม่ย้อนเข้าฐานอาคาร

ปรับพื้นที่ที่มีน้ำขังซ้ำซากและตรวจสอบทางระบายน้ำส่วนกลาง

          หากฝนตกหนักและพบว่าน้ำเริ่มเพิ่มระดับอย่างรวดเร็ว ควรติดตามประกาศจากหน่วยงานในพื้นที่และหลีกเลี่ยงการเข้าใกล้บริเวณที่มีกระแสน้ำหรือระบบไฟฟ้า

3. ฝ้า ผนัง พื้น และมุมอับที่มีความชื้นหรือเชื้อรา

          เชื้อราอาจเกิดบนผนัง ฝ้าเพดาน พื้นไม้ ใต้พรม ตู้เสื้อผ้า ที่นอน และเฟอร์นิเจอร์ โดยเฉพาะบริเวณที่เคยเปียกน้ำหรือระบายอากาศไม่ดี กรมอนามัยแนะนำให้ตรวจและทำความสะอาดบ้านหลังน้ำลด เพราะความชื้นและเชื้อราที่สะสมอาจส่งผลต่อสุขภาพและสภาพแวดล้อมภายในบ้าน

จุดที่มักถูกมองข้าม

หลังตู้และเฟอร์นิเจอร์ที่วางชิดผนัง

ใต้พรม ใต้เตียง และภายในตู้เก็บของ

วอลล์เปเปอร์หรือสีที่โป่งพอง

ห้องน้ำ ห้องเก็บของ และห้องที่ปิดไว้นาน

          หากพบพื้นที่ชื้น ควรแก้ต้นเหตุของน้ำรั่ว เปิดให้อากาศถ่ายเท และทำให้บริเวณนั้นแห้งก่อนซ่อมผิวภายนอก สำหรับเชื้อราเป็นบริเวณกว้าง เกิดซ้ำ หรืออยู่ในวัสดุที่ดูดซับน้ำมาก ควรให้ผู้เชี่ยวชาญประเมินแทนการทาสีปิดทับทันที

4. สายไฟ ปลั๊ก เบรกเกอร์ และเครื่องใช้ไฟฟ้า

          ระบบไฟฟ้าเป็นจุดที่ต้องให้ความสำคัญมากที่สุด เพราะน้ำและความชื้นเพิ่มความเสี่ยงไฟฟ้ารั่ว ไฟฟ้าช็อต และไฟฟ้าลัดวงจร การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคแนะนำให้ตรวจสายไฟ ปลั๊ก และอุปกรณ์ไฟฟ้าให้อยู่ในสภาพปลอดภัย ไม่ชำรุดหรือเสี่ยงลัดวงจร และหากน้ำเริ่มท่วมถึงปลั๊กหรืออุปกรณ์ ต้องตัดกระแสไฟฟ้าโดยคำนึงถึงความปลอดภัย

สัญญาณที่ควรหยุดใช้และเรียกช่าง

ปลั๊กหรือสวิตช์มีคราบน้ำ รอยไหม้ หรือกลิ่นผิดปกติ

เบรกเกอร์ตัดบ่อยโดยไม่ทราบสาเหตุ

เครื่องใช้ไฟฟ้ามีไฟดูดหรือเกิดประกายไฟ

สายไฟแตกร้าว ฉนวนลอก หรือมีรอยสัตว์กัดแทะ

อุปกรณ์ไฟฟ้าเคยถูกน้ำท่วมหรือเปียกฝนโดยตรง

          ห้ามจับปลั๊กหรือเครื่องใช้ไฟฟ้าขณะมือหรือตัวเปียก และไม่ควรนำอุปกรณ์ที่เคยจมน้ำกลับมาเสียบใช้งานเอง ควรให้ช่างไฟฟ้าที่มีความรู้ตรวจสอบก่อนทุกครั้ง

5. ประตู หน้าต่าง และรอยต่อรอบช่องเปิด

          ขอบประตูและหน้าต่างเป็นอีกตำแหน่งที่น้ำฝนสามารถซึมเข้าบ้านได้ โดยเฉพาะด้านที่รับลม รางเลื่อนอาจมีเศษฝุ่นอุดตัน ยางขอบอาจเสื่อม หรือวัสดุยาแนวอาจแตกร้าว น้ำที่ซึมซ้ำ ๆ สามารถทำให้ผนังบวม สีลอก พื้นไม้เสียรูป และเกิดความชื้นสะสม

วิธีตรวจเบื้องต้น

มองหารอยคราบน้ำบริเวณวงกบและผนังด้านล่าง

ตรวจยางขอบและวัสดุยาแนวว่ามีรอยแยกหรือหลุดหรือไม่

ทำความสะอาดรูและรางระบายน้ำของหน้าต่างบานเลื่อน

เปิด–ปิดประตูหน้าต่างเพื่อดูว่าบวมหรือฝืดผิดปกติหรือไม่

ทำความสะอาดรูและรางระบายน้ำของหน้าต่างบานเลื่อน

          การอุดรอยจากด้านในเพียงอย่างเดียวอาจไม่แก้ต้นเหตุ หากยังมีน้ำเข้าควรให้ช่างตรวจทิศทางการรั่วจากภายนอก

6. ต้นไม้ กิ่งไม้ และสิ่งของรอบตัวบ้าน

          ต้นไม้ช่วยให้บ้านร่มรื่น แต่กิ่งที่แห้ง ผุ หรืออยู่ใกล้หลังคาและสายไฟอาจกลายเป็นความเสี่ยงเมื่อมีลมกระโชกแรง นอกจากนี้ กระถาง ป้าย กันสาด และสิ่งของที่วางไว้กลางแจ้งอาจล้มหรือปลิวกระแทกบ้านได้

สิ่งที่ควรทำ

ตรวจหากิ่งแห้ง กิ่งผุ และลำต้นที่เริ่มเอียง

ตัดแต่งเฉพาะส่วนที่ดำเนินการได้อย่างปลอดภัย

ยึดหรือเก็บสิ่งของที่อาจปลิวเมื่อมีลมแรง

เว้นระยะกิ่งไม้จากตัวบ้าน รางน้ำ และหลังคา

หากกิ่งไม้อยู่ใกล้แนวสายไฟ ให้ติดต่อหน่วยงานไฟฟ้าหรือผู้เชี่ยวชาญ ไม่ควรตัดเอง

          การไฟฟ้านครหลวงเตือนให้ระวังกิ่งไม้เปียกฝนที่อาจพาดแนวสายไฟและทำให้เกิดไฟฟ้ารั่ว การจัดการบริเวณนี้จึงต้องคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นอันดับแรก

7. ทรัพย์สินสำคัญ เอกสาร และความคุ้มครองของบ้าน

          นอกจากตรวจสภาพตัวบ้าน ควรตรวจว่าสิ่งของมีค่า เอกสารสำคัญ และอุปกรณ์ไฟฟ้าถูกจัดเก็บในตำแหน่งที่ปลอดภัยจากน้ำหรือไม่ ถ่ายภาพสภาพบ้านและทรัพย์สินไว้เป็นหลักฐาน พร้อมบันทึกรายการสิ่งของสำคัญและเก็บเอกสารไว้ทั้งแบบกระดาษและดิจิทัล

หากมีประกันบ้านหรือประกันอัคคีภัย ควรทบทวนอย่างน้อย 5 เรื่อง:

ผู้เอาประกันและสถานที่เอาประกันถูกต้องหรือไม่

คุ้มครองเฉพาะตัวอาคารหรือรวมทรัพย์สินภายในบ้าน

ภัยจากลมพายุ น้ำท่วม หรือภัยธรรมชาติรวมอยู่หรือเป็นความคุ้มครองเพิ่มเติม

มีวงเงินจำกัด ค่าเสียหายส่วนแรก หรือข้อยกเว้นอะไรบ้าง

ต้องแจ้งเหตุและเตรียมหลักฐานภายในระยะเวลาเท่าใด

          สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยอธิบายว่า ประกันอัคคีภัยสำหรับที่อยู่อาศัยสามารถคุ้มครองสิ่งปลูกสร้างและทรัพย์สินภายในตามที่ระบุในกรมธรรม์ อย่างไรก็ตาม ขอบเขตภัยและวงเงินไม่ได้เหมือนกันทุกแผน ผู้เอาประกันจึงควรอ่านรายละเอียดก่อนตัดสินใจ และไม่ควรเข้าใจว่าประกันบ้านทุกฉบับคุ้มครองน้ำท่วมหรือความเสียหายทุกประเภทโดยอัตโนมัติ

เช็กลิสต์ตรวจบ้านช่วงปลายฤดูฝน

หลังคาและฝ้าไม่มีรอยรั่วหรือคราบน้ำ

รางน้ำและท่อระบายไม่มีสิ่งอุดตัน

ผนัง พื้น และมุมอับไม่มีความชื้นหรือเชื้อรา

สายไฟ ปลั๊ก เบรกเกอร์ และเครื่องใช้ไฟฟ้าอยู่ในสภาพปลอดภัย

ประตู หน้าต่าง และวัสดุยาแนวไม่มีรอยรั่ว

ต้นไม้และสิ่งของรอบบ้านไม่เสี่ยงล้มหรือปลิว

เอกสาร ทรัพย์สิน และรายละเอียดกรมธรรม์ได้รับการตรวจสอบแล้ว

บ้านที่ดูแลสม่ำเสมอ ช่วยลดความเสียหายที่ป้องกันได้

          การตรวจบ้านหลังฤดูฝนไม่จำเป็นต้องรอให้พบความเสียหายครั้งใหญ่ เริ่มจากสำรวจคราบน้ำ กลิ่นอับ ระบบระบายน้ำ และอุปกรณ์ไฟฟ้า หากพบความผิดปกติ ควรหยุดใช้งานบริเวณที่เสี่ยงและให้ช่างผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบ การซ่อมจุดเล็กตั้งแต่เนิ่น ๆ อาจช่วยป้องกันความเสียหายที่ลุกลามและค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นในอนาคต

          นอกจากการบำรุงรักษา การมีความคุ้มครองที่เหมาะสมก็เป็นอีกส่วนหนึ่งของการวางแผนรับมือเหตุไม่คาดคิด ด๊อกเตอร์ มันนี่ พร้อมให้คำปรึกษาเรื่องประกันบ้าน เพื่อช่วยให้คุณพิจารณาความคุ้มครองให้เหมาะกับลักษณะบ้าน ทรัพย์สิน และความเสี่ยงที่ต้องการดูแล

ปรึกษาด๊อกเตอร์ มันนี่
โทร. 02-502-8888
ข้อความ: m.me/837042419486673

ผู้ซื้อควรทำความเข้าใจรายละเอียดความคุ้มครอง เงื่อนไข ข้อยกเว้น จำนวนเงินเอาประกันภัย ค่าเสียหายส่วนแรก และระยะเวลาคุ้มครองก่อนตัดสินใจ ทั้งนี้ ความคุ้มครองเป็นไปตามกรมธรรม์ที่เลือกและเงื่อนไขของบริษัทประกันภัย

สนใจสมัครสินเชื่อ

เมื่อกดยืนยันส่งข้อมูล ถือว่าคุณอ่านและรับทราบ นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เรียบร้อยแล้ว

ด๊อกเตอร์ มันนี่
แพลตฟอร์มเทคโนโลยีทางการเงินออนไลน์

We use cookies to provide the best web experience possible.
Explore
Drag